แพตช์ 11 มีนาคม: แอสตริด (Astrid) รีเมคยกกระบิ ส่วนไวโอเลต (Violet) กลายเป็นตัวเบิร์สต์สายพันธุ์ใหม่
โดย

แพตช์ 11 มีนาคม: แอสตริด (Astrid) รีเมคยกกระบิ ส่วนไวโอเลต (Violet) กลายเป็นตัวเบิร์สต์สายพันธุ์ใหม่

2 MIN READ|ROV META DISPATCH

แพตช์ 11 มีนาคม: แอสตริด (Astrid) รีเมคยกกระบิ ส่วนไวโอเลต (Violet) กลายเป็นตัวเบิร์สต์สายพันธุ์ใหม่

แพตช์นี้มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่หนักที่สุดในรอบหลายเดือน ไม่ใช่แค่ขยับเลขนิดหน่อย แต่รีเมคการเล่นของฮีโร่บางตัวไปเลย มาดูกันว่าใครขึ้น ใครลง แล้วมันหมายถึงอะไรกับการไต่แรงค์ของเรา

ฝั่งที่ได้ไปเต็มๆ

ไวโอเลต ตัวเบิร์สต์สายพันธุ์ใหม่

ไวโอเลต (Violet) เดิมก็เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้อยู่แล้ว แต่แพตช์นี้ดันเธอขึ้นไปเป็นตัวแครี่ตัวจริง จากผลโพลร่วมพัฒนา ทีมเกมเลยรีเวิร์กสกิลเบิร์สต์ให้เธอ ทำให้เธอน่ากลัวมากในช่วงต้นถึงกลางเกม

มาดูว่าเปลี่ยนอะไร สกิล 2 ของเธอตอนนี้ทำเครื่องหมายเป้าหมาย แล้วลดต้านทานกายภาพแบบติดถาวร 10% เป็นเวลาห้าวินาที ซึ่งโหดมากในไฟต์ยาว ที่สำคัญกว่านั้นคือเป้าที่ถูกมาร์กจะโดนดาเมจกายภาพเพิ่มอีก 100 + 20/level ทุกครั้งที่ออโต้ และดาเมจนี้เพิ่มเป็นสองเท่ากับครีป ทำให้เคลียร์เวฟกับฟาร์มป่าดีขึ้นชัดเจน

การปรับคูลดาวน์สกิล 1 มีทั้งข้อดีข้อเสีย ตอนนี้เข้าคูลดาวน์ทันทีแทนที่จะรอหลังใช้ท่าเสริม แต่พาสซีฟของเธอคืนคูลดาวน์ 0.5 วินาทีทุกครั้งที่โดนหน่วยที่ไม่ใช่ฮีโร่ ในเกมจริงจะได้ใช้ท่าเสริมถี่ขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะช่วงเคลียร์เวฟ ด้วยคูลดาวน์พื้นฐาน 5 วินาทีที่ลดลง 0.2 ต่อเลเวล ช่วงท้ายเกมแทบจะใช้ท่าเสริมได้ตลอดเวลาถ้าคุมคอมโบดีๆ

สรุปคือ: ไวโอเลตจากตัวเลือกธรรมดากลายเป็นตัวห้ามปล่อยในบางคอมป์ ถ้ากำลังไต่แรงค์ ควรฝึกเธอตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเจอฝั่งตรงข้ามเล่นเธอ ต้องระวังเรื่องต้านทานที่โดนลดแรงๆ แล้วอย่ายืนรวมกันมั่วๆ

แอสตริด รีเมคยกกระบิ

การรีเมคแอสตริด (Astrid) คือพระเอกของแพตช์นี้ และเปลี่ยนหนักมากจริงๆ ทีมเกมไม่ได้แค่บัฟเธอ แต่รีเวิร์กสกิล 2 Fearless Charge ใหม่หมด ให้กลายเป็นระบบจัดการเอมเบอร์ที่ให้รางวัลคนเล่นเก่ง

กลไกใหม่: แอสตริดพุ่งแดชแล้วสะสมสแตกเอมเบอร์ (สูงสุด 2 สแตก) อยู่ได้ห้าวินาที ท่าเสริมออโต้จะทำงานต่างกันตามจำนวนเอมเบอร์ที่มี ถ้ามีเอมเบอร์เดียว จะพุ่งเข้าเป้าหมายแล้วส่งวงแหวนไปติดเป้า สร้างดาเมจพร้อมสโลว์ แล้วกดซ้ำเพื่อโจมตีเป้าอีกครั้งตอนที่เป้าออกจากวงแหวน ถ้ามีสองเอมเบอร์ ท่าเสริมครั้งต่อไปจะกลายเป็นท่าฟันแรงที่เด้งศัตรูออกไปและคืน HP ให้ตัวเอง ยิ่งฮีลเยอะขึ้นถ้าฟันโดนฮีโร่

นี่คือของจริงสายสกิลช็อป การสับเอมเบอร์ระหว่างศัตรู จับเวลาส่งวงแหวน แล้วตัดสินใจว่าจะปล่อยคอมโบสองสแตกตอนไหน สร้างการตัดสินใจที่มีน้ำหนักจริงๆ บัฟเจาะเกราะของสกิล 1 จาก 5% + 1/level เป็น 30 + 6/level แบบตรงๆ ทำให้เธอสเกลดีขึ้นในช่วงท้ายเกมด้วย

อัลติเมทก็โดนปรับด้วย เวลาชาร์จลดจาก 1.5 วินาทีเหลือ 1 วินาที แล้วเฟรมอมตะตอนนี้อยู่จนกว่าท่าจะลงเป้า ไม่ใช่แค่ตอนชาร์จเหมือนเดิม แต่แลกมาด้วยไลฟ์สตีลจากทรูดาเมจต่อฮีโร่ที่ลดจาก 100% เหลือ 50% เลยไม่ได้ฮีลบวมๆแบบเดิม โดยรวมเล่นแล้วคุ้มมือมากขึ้น เจอฝั่งตรงข้ามเล่นก็หัวร้อนน้อยลง

สรุปคือ: แอสตริดมีสกิลฟลอร์และซีลิ่งที่สูงขึ้นมาก คนเล่นทั่วไปอาจงงกับคอมโบใหม่ตอนแรก แต่ถ้าเข้าใจระบบเอมเบอร์แล้ว เธอจะโหดมาก

โดเลียกับมีน่า บัฟซัพและตัวรอง

การฮีลของโดเลีย (Dolia) โดนปรับแบบเงียบๆแต่ได้ผลจริง คูลดาวน์สกิล 2 ของเธอลดลงหนึ่งวินาที แล้วค่าฟื้นฟูก็เพิ่มจาก 350 + 70/level เป็น 400 + 80/level ไม่ว่าจะเล่นเป็นฮีลเลอร์รองหรือตัวออฟเลน เธอก็ช่วยให้ทีมรอดได้เสถียรขึ้นตอนนี้

มีน่า (Mina) ได้บัฟที่หลายคนรอมานาน ดาเมจสกิล 1 ของเธอพุ่งจาก 125 + 40/level เป็น 175 + 35/level พร้อมสเกล AD ที่เพิ่มขึ้น ค่าต่อเลเวลลดลงนิดหน่อยก็จริง แต่ดาเมจรวมสูงขึ้น โดยเฉพาะกับสเกล max HP ที่เพิ่มมา ทำให้เธอกลับมาเป็นตัวดาเมจจริงๆไม่ใช่แค่ซัพพอร์ตอย่างเดียว

บัฟของอารัม (Arum) (ระบุว่าเพิ่มการเคลื่อนที่กับความอึด แต่รายละเอียดถูกตัดไป) น่าจะช่วยให้เธอเกาะเป้าติดขึ้นและรอดจากไฟต์เล็กๆได้ดีขึ้น

ฝั่งที่โดนหั่น

โมเร่น เช็กความจริง

โมเร่น (Moren) แรงเกินไปหลังจากปรับความรู้สึกเล่นรอบก่อน ทีมเกมเลยดึงกลับมาให้บาลานซ์ขึ้น ความเร็วเดินลดจาก 370 เป็น 360 แล้วสกิล 1 กับอัลติเมทก็โดนหั่นดาเมจทั้งคู่ ยังใช้ได้อยู่ แต่ไม่ใช่เครื่องจักรดาเมจที่กดขี่แบบเมื่อก่อนแล้ว คาดว่าจะเห็นเขาในแรงค์น้อยลง

โทโร่ ปรับบทบาทซัพ

โทโร่ (Toro) เก่งเกินไปในบทซัพพอร์ต ทั้งแทงค์ ทั้งอยู่รอดเองได้ ทั้งฆ่ายากแม้โดนโดดเดี่ยว การฟื้นฟู HP นอกคอมแบทของเขาลดจาก 2% เหลือ 1.4% ของ HP สูงสุดต่อวินาที ฟังดูน้อย แต่มันทำให้เขาสลัดโพคได้ไม่แรงเท่าเดิม เลยโดนกวนตอดได้ง่ายขึ้น แล้วฟื้นตัวเดี่ยวๆระหว่างไฟต์ก็ช้าลง

สรุปผลต่อเมต้า

แพตช์นี้เอียงไปทางฝั่งที่โชว์สกิล แล้วลงโทษทีมที่พึ่งความแทงค์อย่างเดียว ไวโอเลตกับแอสตริดคือตัวเพลย์เมกเกอร์ใหม่ โกงพอจะครองแรงค์ได้ แต่ต้องมีสกิลจริงถึงจะใช้ได้เต็มที่ โมเร่นกับโทโร่ร่วงลงนิดหน่อย เปิดที่ให้ตัวเลือกอื่นเข้ามาแทน ถ้ากำลังไต่แรงค์ ควรโฟกัสฝึกไวโอเลตกับแอสตริดให้คล่อง เพราะแพตช์นี้ให้รางวัลคนที่เล่นสองตัวนี้เก่ง

แหล่งอ้างอิง

main.aov.garena.co.id